หลังจากผ่านปีใหม่มาไม่นาน(ช่วงเวลาที่ขี้เกียจเริ่มหมดไป เพราะมันใกล้สอบ) ทำให้งานหลายๆอย่าง เริ่มประดังเข้ามายิ่งกว่าเม็ดฝนในพายุ พูดง่ายๆ งานจะท่วมหัวตายนั่นเอง=[]=

จนกระทั่งถึงวันเกิดของเพื่อนสนิทของเจ้าของบล๊อก ไอ่เราก็คิดๆว่าจะให้ของขวัญอะไรดี ทั้งเนื้อทั้งตัวเงินก็หร่อยหรอ เเถมงานฝีมือก็ไม่เอาอ่าว พอนึกๆไปนึกมา......


.....ตัวเองก็มีดีเเค่เปียโนอย่างเดียว เลยโคเวอร์เพลงมันซะเลย!!!=w=


เพลงๆนี้เป็นเพลงเปิดของอนิเมะเรื่อง Ano hi mita hana no namae o bokutachi wa mada shiranai(ชื่อยาวโคตร) ซึ่งเนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพ ความเข้าใจซึ่งกันเเละกัน การเติบโตของเเต่ละคนที่มีผลต่อมิตรภาพในวัยเด็ก(คอนเฟิร์มว่าซึ้งมากๆ)

โดยตัวเอกของเรื่องที่สมัยก่อนเป็นเด็กที่เเข็งเเรง ฉลาด เเละเป็นผู้นำของกลุ่มเพื่อนๆ พูดง่ายๆก็เหมือนคนที่เป็นศูนย์รวมของเพื่อนๆนั่นเอง

เเต่เมื่อเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งต้องเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ ทำให้เขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นคนเก็บตัว ไม่ไปเรียนหนังสือ เพื่อนๆต่างๆในกลุ่มก็เเยกย้ายกันออกไป ไม่ได้มาสนิทกันเหมือนเดิม ส่วนตัวเอกของเรื่องเองก็กลายเป็นฮิคิโคโมริติดบ้านไปวันๆ

จนกระทั้ง"วิญญาน" ของเพื่อนคนนี้ได้กลับมาหาเขา เเละต้องการให้พวกเขารวบรวม"เพื่อน"ในสมัยเด็กให้กลับมารวมกันอีกครั้ง

เพลงนี้เป็นหนึ่งในบทเพลงที่ผมเเละเพื่อนชอบมากๆ เนื่องจากเนื้อหาของอนิเมะเเละเนื้อหาของบทเพลงที่ซึ้งกินใจสุดๆ เเละทำให้นึกถึงอะไรหลายๆอย่าง ตลอดที่ผ่านมาในวัยเด็ก ซึ่งเป็นความประทับใจที่หาที่เปรียบไม่ได้อีกเเล้ว
ทำให้ผมคิดว่า"เพลงนี้เเหละ!!" เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมิตรภาพ น่าจะเหมาะสมที่สุดเเล้ว
....
....
....
....
....
....
ตอนเเรกก็กะว่าจะทำเป็นวีดีโอเหมือนเดิม เเต่เอาไปเอามาผมต่อไมค์เข้ากล้องเเฮนดี้เเคมไม่ป็น เลยอัดตรงลงคอมเเล้วทำสไลด์ซึ้งๆใส่ไปจะดีกว่า ยังไงก็ฝากผลงานอีกชิ้นด้วยนะครับ^^
 

edit @ 6 Feb 2012 15:39:49 by Alex Wong

หลังจากเวลาผ่านมายาวนาน...ตั้งเเต่เปิดบล๊อกนี้ขึ้นมา

ทางเจ้าของบล๊อกก็มีข้ออ้างว่าใกล้สอบบ้าง น้ำท่วมบ้าง จะเปิดเทอมบ้างFoot in mouth
(พูดง่ายๆก็หาเรื่องอู้นั่นเเหละ=[]=)

จนในที่สุด ผลงานชิ้นเเรกก็ได้คลอดออกมา(เเบบกากๆ)จนได้.....


บอกตามตรง งานชิ้นนี้ตัวคอร์ดไม่มีอะไรยากเลยครับ
(คอร์ดเเกะง่ายมาก วันเดียวเเกะได้จบเพลง ผมไม่ได้โม้นะเออ.....)


เเต่ไอ้ตรงที่ยาก(โค-ตะ-ระ ยากสุดๆ) คือการ......

"ทำยังไงให้เพลงมันออกมาดูดีมีสกุลรุนชาติ+ไพเราะเพราะพริ้ง!!!"

ตรงนี้เเหละยากสุดๆ!!!


ซึ่งตัวผมเองที่พึ่งได้เเค่การฟังเเล้วจับสำเนียงคอร์ดได้ เเต่เอามารีเมคให้ดูสุขุมนุ่มลึกไม่เป็น...
ผลงานก็เลยออกมาเน่าๆเช่นนี้เเล=[]=

ถ้ายังไง ก็จะพยายามปรับปรุงผลงานชิ้นต่อไปให้ดียิ่งขึ้นครับ

edit @ 28 Dec 2011 19:39:02 by Alex Wong

ในระหว่างที่กำลังนั่งโคเวอร์เพลงEuterpeไปพลางๆ ปฎิธินมันก็เเสดงให้ผมเห็น อ้าว วันนี้5ธันวา วันพ่อนี่หว่า จะหมดวันเเล้วด้วย=[]=!!!

ไหนๆก็วันพ่อทั้งที เลยอยากจะเขียนบทความเล็กๆน้อยๆของพระบามสมเ็ด็จพระเจ้าอยู่หัวในมุมมองของคนธรรมดาคนนึง ที่นับถือท่านเป็นพ่อของเเผ่นดิน.....
......
(เอาจริงๆ ผมจะได้พักงานเเกะเพลงซักเเป็ปเเหละ หาเรื่องอู้ Cry )


เท่าที่ผมจำความได้ ผมเริ่มได้ยินเกี่ยวกับผลงานของพ่อหลวงเมื่อตอนอายุประมานหกขวบ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ประสีประสาอะไรเท่าไหร่ รู้เเค่ว่าท่านเป็นพระเจ้าเเผ่นดินเท่านั้น

พ่อของผม(พ่อเเท้ๆของผม)ท่านอายุห่างจากผมราวๆ50ปี (อย่าเเปลกใจว่าทำไม ผมกับพ่ออายุห่างกันราวๆปู่กับหลานเลยเเหละครับ) ซึ่งผมก็เห็นท่านเคารพบูชาพระเจ้าอยู่หัวท่านมาก ซึ่งผมก็ได้ยินมาจากเเม่อีกทีว่า"พ่อเขารักในหลวงมากนะ"

ตอนนั้น ตามประสาเด็กเเหละครับ ผมก็ไม่ได้ประสีประสาอะไรนัก ยังวิ่งเล่นซนตามประสาไปเรื่อย เขามีข่าวพระราชกรณียกิจอะไรก็ไม่ได้สนใจจะดู สนเเต่จะดูการ์ตูน ซึ่งพ่อผมเองก็ไม่ได้บังคับอะไรผมในเรื่องนี้

พอมาวันนึง ผมกับครอบครัวเดินทางไปไหว้พระที่วัดพระเเก้ว พอตกช่วงบ่ายๆก็เห็นพ่อค้าเเม่ค้าเเถวนั้นเก็บเเผงร้านขายของกันอย่างเร่งรีบ ซึ่งพ่อผมที่เขาไปสอบถามพูดคุยอยู่พักหนึ่งก็ได้คำตอบกลับมาว่า"ในหลวงเสด็จ"

พ่อหันมาถามผมว่า"อยู่รับเสด็จในหลวงกันมั้ย?"ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมาก ด้วยความที่เป็นเด็กที่ซน จึงคิดว่าน่าจะดีกว่ากลับไปอยู่บ้านเฉยๆ จึงตอบตกลงไป
คนที่อยู่รอเฝ้ารับเสด็จในตอนนั้นเยอะมากๆ เเต่เวลานั้นกลับไม่มีเเดดเลยเเม้เเต่น้อย ฟ้าครึ้มราวกับเป็นใจ อากาศเย็นสบายๆไม่ร้อนจนเกินไป เเต่ก็อย่างว่าเเหละครับ เด็กอย่างผมมันค่อนข้างไฮเปอร์ ก็มีงอเเงบ้างเพราะคนเยอะเเล้วลุกไปวิ่งเล่นไม่ได้ ทุกคนต้องนั่งอยู่บนเสื่อที่เตรียมไว้ให้ ทำให้ผมรู้สึกอยากกลับบ้านๆมากๆ เเถมตอนที่รอพระองค์เสด็จมาก็นานไม่ใช่เล่นเลย

พอถึงเวลา ก็มีคนบอกมาต่อๆกันว่า"ในหลวงเสด็จเเล้วๆ" ซึ่งในขณะนั้นทุกคนก็พร้อมใจก้มตัวลงกราบไหว้เมื่อพระองค์เเละคณะเสด็จผ่าน
ผมเองตอนนั้นด้วยอารมน์เด็กๆ ก็คิดได้เเค่ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ อยากไปนั่งตากเเอร์ในรถสบายๆเเล้ว ไม่อยากมานั่งเเออัดเเบบนี้ เลยมองเเกมเร่งๆให้พระองค์เสด็จผ่านมาเร็วๆ

พอในหลวงเสด็จเข้ามาบริเวณที่ผมนั่งอยู่ เท่านั้นเเหละครับ......


พระองค์ท่านในตอนนั้นดูทรงพระเยาว์กว่าตอนนี้มากๆ ท่านสวมชุดสีเข้มเหมือนชุดสูท มีองค์รักษ์หรือที่ปรึกษา(ผมก็เรียกไม่ถูก)เดินตามอยู่สองสามคน กับใครอีกผมก็จำไม่ได้เเล้ว

เเต่ภาพที่ผมเห็น มันกลับทำให้ผมขนลุกไปทั้งตัว....

เเล้วผมในตอนนั้นก็ยิ้มออกมาโดยไม่มีสาเหตุ....ราวกับมันยิ้มด้วยความยินดี...ออกมาจากหัวใจ...

ตัวผมเองยังคงเเปลกใจจนถึงทุกวันนี้ว่าทำไม?...ทำไมผมถึงรู้สึกปลาบปลื้มปิติได้ถึงขนาดนั้น เพียงเเค่เห็นท่านเดินผ่านไป มันทำให้ผมมีคำถามว่า"ทำไม" ทั้งๆที่ผมรู้จักพระราชกรณียกิจของท่านไม่ถึงสามอย่างในตอนนั้น เเถมความรู้สึกเบื่อหน่ายของการรอคอยที่ผมรู้สึกมาตลอด กลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น...


ทุกๆความรู้สึกในตัวผมบอกออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า"ดีใจที่ได้ทนรอเฝ้าเสด็จรับพระองค์ท่าน"


ทุกวันนี้ ผมเจอพบปะคนมาก็มากมาย เเต่ไม่มีใครซักคนที่ทำให้ผมเพียงเเค่มองครั้งเเรก...ก็รู้สึกปลื้มปิติได้มากเท่ากับองค์พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว....ซึ่งทำให้ผมเชื่ออย่างบริสุทธ์ใจเลยว่า พระองค์ท่านนั้นเป็นผู้มีบารมี เเละมีบุญคุณมากมายต่อคนไทย เเละผืนเเผ่นดินที่เราอาศัยอยู่เเห่งนี้ ประเทศไทย.....

จนถึงทุกวันนี้ ภาพในวันนั้นยังคงติดตรึงในความทรงจำของผม เเละคาดว่ามันคงไม่มีวันที่จะลบเลือนหายไปได้เลยเเม้เเต่น้อย ทำให้ผมระลึกอยู่เสมอว่า...ผืนเเผ่นดินไทย ยังมีพระองค์ท่านอยู่....


ขอพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.......

สุขสันต์วันพ่อครับ